อนุญาโตตุลาการ
ข้อพิพาทชั้นอนุญาโตตุลาการ
ข้อพิพาทชั้นอนุญาโตตุลาการ
เงื่อนไขการเสนอข้อพิพาท : ต้องมีข้อกำหนดในสัญญาระหว่างคู่กรณีอย่างชัดเจนว่า "หากเกิดข้อพิพาทต้องระงับด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการเท่านั้น" จึงจะสามารถนำเรื่องมายื่นข้อเรียกร้องต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการได้ อย่างไรก็ตาม หากมีข้อกำหนดให้ใช้วิธีอนุญาโตตุลาการ แต่คู่สัญญานำคดีไปยื่นต่อศาล อีกฝ่ายมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอจำหน่ายคดีตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 14 วรรค 1 โดยต้องดำเนินการดังนี้
1. ยื่นคำร้องภายในระยะเวลาที่กำหนดสำหรับการยื่นคำให้การจำเลย
2. หากยื่นล่วงเลยระยะเวลาดังกล่าว ถือเป็นการยอมรับให้ศาลยุติธรรมเป็นผู้พิจารณาพิพากษาชี้ขาดข้อพิพาท
ขั้นตอนและระบบของสถาบันอนุญาโตตุลาการ : กระบวนการใช้เวลาสั้นกว่าการพิจารณาของศาล ไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกา การพิจารณาวินิจฉัยจะเน้นตรวจสอบเอกสารเป็นหลัก ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มชาวต่างชาติ เนื่องจากคู่สัญญาสามารถตกลงใช้กฎหมายต่างประเทศหรือภาษาต่างประเทศได้โดยไม่ต้องแปลหรือใช้ล่าม รวมถึงภาษาที่ใช้ในการทำคำชี้ขาดด้วย
สถาบันอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย มีจำนวน 5 แห่ง ได้แก่
- สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม (TAI)
- สถาบันอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม (THAC)
- สำนักงานสภาอนุญาโตตุลาการ หอการค้าแห่งประเทศไทย
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
- สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
อ้างอิง พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
มาตรา 42 กรณีคู่พิพาทฝ่ายใดประสงค์ให้มีการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ให้ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายใน 3 ปี นับแต่วันที่สามารถบังคับตามคำชี้ขาดได้ เมื่อศาลได้รับคำร้องดังกล่าว จะต้องรีบไต่สวนและมีคำพิพากษาโดยทันที
ผู้ร้องขอบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ต้องแสดงเอกสารดังต่อไปนี้ต่อศาล
(1) ต้นฉบับคำชี้ขาด หรือสำเนาที่รับรองความถูกต้อง
(2) ต้นฉบับสัญญาอนุญาโตตุลาการ หรือสำเนาที่รับรองความถูกต้อง
(3) คำแปลเป็นภาษาไทยของคำชี้ขาดและสัญญาอนุญาโตตุลาการ โดยผู้แปลที่ได้สาบานตนหรือปฏิญาณตนต่อหน้าศาล เจ้าพนักงาน หรือบุคคลที่มีอำนาจรับรองคำแปล หรือได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจ หรือผู้แทนทางการทูตหรือกงสุลไทยในประเทศที่มีการทำคำชี้ขาดหรือสัญญาอนุญาโตตุลาการนั้น
อนุญาโตตุลาการ (Arbitrator) หมายถึง บุคคลกลางที่คู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงมอบอำนาจให้ทำหน้าที่ชี้ขาดข้อพิพาทแทนศาล ตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการ (Arbitration) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการระงับข้อพิพาททางเลือก (ADR — Alternative Dispute Resolution)
เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนและเหมาะสำหรับการอ้างอิงในเอกสารวิชาชีพ ด้านล่างนี้คือคำอธิบายโดยสังเขป
⭐ อนุญาโตตุลาการคือใคร
อนุญาโตตุลาการ คือ ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทที่คู่สัญญายอมรับร่วมกัน อาจเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น กฎหมาย วิศวกรรม การก่อสร้าง การเงิน หรือการประกันภัย โดยเป็นนักวิชาชีพที่มีความเป็นกลาง อาจเป็นบุคคลหนึ่งคน หรือคณะอนุญาโตตุลาการหลายคน (เช่น 1 หรือ 3 คน)
การแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการเกิดขึ้นจากการตกลงในสัญญา (Arbitration Clause) หรือแต่งตั้งภายหลังเมื่อเกิดข้อพิพาท โดยอนุญาโตตุลาการมีสถานะคล้าย “ผู้พิพากษาเอกชน” แต่ใช้อำนาจตามสัญญา ไม่ใช่ตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายมหาชน
⭐ หน้าที่ของอนุญาโตตุลาการ
- เป็นกลางและเป็นอิสระ (Independence & Impartiality)
ต้องไม่เอนเอียงและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หากมีปัจจัยใดที่อาจกระทบความเป็นกลาง ต้องเปิดเผยทันที (Duty of Disclosure) - วินิจฉัยข้อพิพาทตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่คู่สัญญาเลือกใช้
อนุญาโตตุลาการต้องพิจารณาพยาน เอกสาร และข้อกฎหมาย รวมถึงบังคับใช้กฎหมายหรือกฎระเบียบที่คู่สัญญากำหนด โดยใช้ดุลพินิจบนหลักความยุติธรรม (Equity) หากคู่สัญญาอนุญาต - กำกับกระบวนพิจารณา (Manage the Proceedings)
เช่น กำหนดวันไต่สวน กำหนดเส้นตายส่งเอกสาร อนุญาตหรือไม่อนุญาตคำร้อง และบริหารกระบวนพิจารณาให้รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยดำเนินการอย่างยืดหยุ่นมากกว่าศาล - ออกคำชี้ขาด (Arbitral Award)
เป็นหน้าที่สำคัญที่สุด คำชี้ขาดมีผลผูกพันคู่สัญญาและสามารถบังคับใช้ได้เหมือน “คำพิพากษาศาล” ภายใต้อนุสัญญานิวยอร์ก (New York Convention) โดยศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดได้เฉพาะในกรณีจำกัด เช่น การขาดความเป็นกลาง กระบวนการไม่เป็นธรรม หรือฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อย - รักษาความลับ (Confidentiality)
แตกต่างจากศาลซึ่งเป็นกระบวนการเปิดเผย การอนุญาโตตุลาการมักได้รับความนิยมเนื่องจากความลับ อนุญาโตตุลาการจึงต้องเก็บรักษาข้อมูล ข้อพิพาท เอกสาร และคำชี้ขาดเป็นความลับตามข้อกำหนดของคู่สัญญา - ปฏิบัติตามกฎของสถาบันอนุญาโตตุลาการหรือกฎที่คู่สัญญากำหนด
เช่น กฎของ SIAC, HKIAC, ICC, LCIA (ต่างประเทศ)
⭐ คุณสมบัติสำคัญของอนุญาโตตุลาการ
อนุญาโตตุลาการควรมีความรู้ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นอิสระ มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อพิพาทและพยานหลักฐาน รวมถึงมีทักษะในการร่างคำชี้ขาดอย่างมืออาชีพ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับคู่สัญญา และปฏิบัติตามจรรยาบรรณของสถาบันที่กำกับดูแล
⭐ สรุป
อนุญาโตตุลาการ คือ ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทที่คู่สัญญายอมรับร่วมกัน โดยมีหน้าที่หลักในการบริหารกระบวนการพิจารณาและออกคำชี้ขาดที่เป็นธรรม เป็นกลาง และมีผลบังคับใช้ได้เช่นเดียวกับคำพิพากษาของศาล
