คดีทรัพย์สินทางปัญญา
คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 การดำเนินคดีต้องกระทำในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
ประเภทคดีมีดังนี้
- คดีอาญาเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และสิทธิบัตร
- คดีอาญาเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ถึง 275
- คดีแพ่งเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และคดีพิพาทตามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ
- คดีแพ่งอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ถึง 275
- คดีแพ่งเกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้า หรือตราสารการเงินระหว่างประเทศ การให้บริการระหว่างประเทศ การขนส่งระหว่างประเทศ การประกันภัย และนิติกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่อง
- คดีแพ่งเกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิต ที่ออกเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมตามข้อ (5) การส่งเงินเข้าหรือออกนอกประเทศ ทรัสต์รีซีท รวมถึงการประกันที่เกี่ยวข้องกับกิจการดังกล่าว
- คดีแพ่งเกี่ยวกับการกักเรือ
- คดีแพ่งเกี่ยวกับการทุ่มตลาด และการอุดหนุนสินค้าหรือการให้บริการจากต่างประเทศ
- คดีแพ่งหรือคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทในการออกแบบวงจรรวม การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ชื่อทางการค้า ชื่อทางภูมิศาสตร์ที่แสดงถึงแหล่งกำเนิดสินค้า ความลับทางการค้า และการคุ้มครองพันธุ์พืช
- คดีแพ่งหรือคดีอาญาที่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
- คดีแพ่งเกี่ยวกับอนุญาโตตุลาการเพื่อระงับข้อพิพาทตามข้อ (3) ถึง (10)
องค์คณะประกอบด้วยผู้พิพากษาไม่น้อยกว่า 2 คน และผู้พิพากษาสมทบอีก 1 คน การออกคำพิพากษาหรือคำสั่งต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก
การดำเนินคดีอาญา: ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และยื่นฟ้องคดีโดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ หรือผู้เสียหายสามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลโดยตรงได้
การดำเนินคดีแพ่ง: โจทก์ต้องยื่นฟ้องด้วยตนเองเท่านั้น
